สังคมเรียนรู้อะไรบ้าง?

มกราคม 13, 2007 at 1:21 am ใส่ความเห็น

โดย พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
เหตุการณ์ผู้ป่วยโรคจิต ก่อเหตุ ทุบทำลายรูปสักการะท้าวมหาพรหม อันศักดิ์สิทธ์เป็นที่เคารพของคนไทยค่อนประเทศตกเป็นข่าวฮือฮาไปทั่ว ข่าวต่างประเทศบางนักพยายามตีข่าวให้เกี่ยวโยงกับการลบหลู่ศาสนา ถ้าใครฟังโดยไม่รู้จักกลั่นกรอง เรื่องอาจบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ประเด็นสำคัญคือหนุ่มรายนี้มีประวัติเป็นผู้ป่วยเคยรับการรักษาทางจิตเวช แต่ปัญหาคือการรักษาไม่ต่อเนื่องขาดยาในที่สุดก็เกิดอาการกำเริบรุนแรง ก่อเหตุน่าสลดใจถ้าถามว่าทำไมไม่ไปรักษาต่อเนื่อง อาการจะได้ไม่กำเริบ

คำตอบหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือสังคมไทยขาดความรู้ความเข้าใจว่าอาการแบบไหนเป็นการเจ็บป่วยทางจิตเวชไม่ต้องคิด อะไรมาก สำรวจดูก็ได้ สำนักทรงเจ้า ขับไล่ภูตผีปิศาจผุดเต็มบ้านเต็มเมือง เวลามีคน”เพี้ยน” คนจะพาไปหาเจ้าเข้าทรง เสียสตางค์ เอาน้ำประปามาดื่มมารด ทำพิธีบูชาเห็ดยักษ์ งูเผือกหรือต้นกล้วยประหลาดที่ออกปลีเป็นรูปพญานาค ลองถ้าใครไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็จะถูกมองว่า “บ้า”, “เสียสติ”ก็ในเมื่อมันน่าอับอายอย่างนี้ จะมีใครบ้างอยากจะไปรักษา ครั้นคิดจะพากันไปรักษา ก็ยังเจออุปสรรค กฎหมายประกันสังคมประเทศไทยไม่คุ้มครองโรคจิตเภท หมายความว่าผู้ป่วยที่ทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ถูกหักเงินเดือนทุกเดือนเข้ากองทุนประกันสังคม เดือนละ 300-400 บาท แต่เวลามาตรวจต้องเสียเงินเต็ม 100% นานไปก็หมดปัญญาไม่มีเงินมารักษา จนอาการกำเริบทำงานไม่ได้ เค้าก็ไล่ออกจากงานแล้ว ยังไม่ได้รับสิทธิบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกโรคได้เพราะกฎหมายประกันสังคม ยังกีดกันต่อจากวันพ้นสภาพพนักงานแล้วอีก 6 เดือน จนเมื่อก่อเหตุรุนแรง สังคมก็พากันตื่นตระหนกหวาดผวา ข้อเขียนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 23 มีนาคม 2549 ระบุว่า “โปรดระวัง…คนบ้าทั้งหลายจะลากสังคมไทยไปสู่ความรุนแรง” นั่นสะท้อนให้เห็นมุมมองอันน่ากลัวที่สังคมไทยมีต่อผู้ป่วยจิตเวช ทั้งที่ในความจริงแล้วผู้ป่วยจิตเวชไม่ใช่บุคคลอันตรายทั้งหมด มีรายงานวิจัยชัดเจนว่าผู้ป่วยจิตเวชมีแนวโน้มก่อคดี หรือเหตุรุนแรงในอันตรายที่ไม่ได้มากไปกว่าคนทั่วไป และการที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงนั้น มักเกิดจากการขาดการรักษาต่อเนื่อง

โรคจิตเภทนั้น เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองสามารถรักษาได้ รักษาแล้วสามารถกลับมาสู่สังคม ทำงานได้ เรียนหนังสือได้ เสียภาษีให้รัฐบาล ได้แต่ต้องรักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่องเช่นเดียวกับโรคเบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ

สังคมไทยมีบทเรียนซ้ำซากเรื่องผู้ป่วยจิตเภทก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญแต่ก็ไม่มีการเรียนรู้หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ถ้ายังจำกันได้ “จิตรลดา” ก็เป็นกรณีหนึ่งที่ดูเหมือนคนไทยจะลืมไปแล้วถึงเวลาหรือยังที่สังคมจะร่วมกันทบทวนว่าจะดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างไร

องค์ความรู้เรื่องโรคจิตเวชควรจะถูกบรรจุในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่ระดับประถมเรื่อยมา ให้เด็กๆ คุณครู พ่อแม่ผู้ปกครอง ทุกคนในสังคมรู้ว่า จะสังเกตผู้ป่วยจิตเวชในระยะแรกเริ่มได้อย่างไรเมื่อพบความผิดปกติแล้ว จะให้การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างไรทำอย่างไรจะนำเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตลอดจนจะจัดการกับภาวะวิกฤติฉุกเฉิน เช่นกรณีการฆ่าตัวตาย หรือพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงอย่างไร เรื่องเหล่านี้แม้เป็นความสำคัญต่อทุกชีวิตแต่กลับถูกละเลย องค์ความรู้ทางวิชาการมีอยู่แล้ว แต่การจะถ่ายทอดให้นักเรียนและประชาชนรับรู้ เข้าใจต้องอาศัยความร่วมมืออย่างบูรณาการ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

นอกจากนี้ระบบความช่วยเหลือในสังคมที่อ่อนแอควรได้รับการพัฒนาในทุกระดับ ตั้งแต่หน่วยเล็กๆ ในสังคมเช่นเพื่อนบ้าน ชุมชนวัด โรงเรียนที่เห็นผู้ป่วยมีความผิดปกติอาจแจ้งให้ญาติพาไปรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เข้าสู่ระบบการรักษาบำบัดฟื้นฟูที่ได้มาตราฐาน และพอเพียง

กรณีผู้ป่วยชายรายนี้ ทบทวนแล้วก็มีแต่ความรู้สึกอ่อนใจ มองเห็นอนาคตของผู้ป่วยจิตเวชที่มืดมนและเดียวดาย เวลามีผู้ป่วยหนึ่งในครอบครัว ก็นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน เศร้าโศรกสูญเสีย ทั้งทุกข์จากอาการของโรค และยังต้องทรมานกับการกีดกัน รังเกียจจากสังคม

เห็นใจก็แต่พ่อแม่ ที่ต้องสูญเสียลูกแล้วยังถูกสังคมประณามว่าดูแลลูกประสาอะไร เสียใจกับสังคมไทย คนที่ทำผิดอย่างไรเสียก็มีกระบวนการกฎหมาย บทลงโทษอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่นี่ใช้กฎหมู่รุมประชาฑัณฑ์ ขณะที่คนในสังคมพากันลงความเห็นว่า “สมควรแล้ว”

ถ้าการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยังไม่เป็น “ธุระ” ที่คนในสังคมต้องรับผิดชอบร่วมกัน ก็เห็นจะต้องก้มหน้ารอต่อไปว่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งหน้า จะเกิดกับใคร ที่ไหน และเมื่อใด ก็ในเมื่อคนไทยลืมง่าย

เขียนโดย พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

Entry filed under: บทความจิตเวช. Tags: .

การเดินทางออกจากการเป็นบ้า “ว่าด้วยแอลกอฮอล์”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


คลังเก็บ


%d bloggers like this: