หวนคิดถึงเมื่อครั้งวัยเด็ก

มกราคม 12, 2007 at 4:44 pm ใส่ความเห็น

หวนคิดถึงเมื่อครั้งวัยเด็กในละแวกบ้านมีคนซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “คนบ้า” ผู้ชายกลางคนเดินพูดคนเดียว ทำท่าแปลกๆเดินไปมาตามท้องถนน และมีผู้หญิงซึ่งมีนัยน์ตาดุ เนื้อตัวมอมแมม เที่ยวเก็บเศษอาหารในตลาดกิน ห่อหุ้มร่างที่ผอมโซด้วยเสื้อและผ้าถุงเก่าๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น จนทำให้ดูลำตัวใหญ่ อ้วน น่าหวาดกลัวสำหรับเด็กๆ

เขามักถูกเด็กที่นิสัยอันธพาลแกล้งหรือด่าทอ อย่างสนุกสนาน เมื่อเวลาผ่านไปสิบกว่าปี เขาไม่ได้ปรากฏกายเป็นที่ขัดความรู้สึกใครอีก เพราะผู้ชายถูกตีตาย ผู้หญิงป่วยตายโดยไม่ได้รับการดูแลรักษา คนเหล่านี้มีชีวิตอยู่ไปไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรอดบ้างอิ่มบ้างชีวิตสุขบ้างทุกข์บ้าง ง่วงไหนนอนนั้น อยู่อย่างที่สังคมมองว่าเป็นส่วนเกินของสังคม

ปีนี้ที่ ร.พ.ศรีธัญญา ดิฉันมีโอกาสพบชายสูงอายุผู้หนึ่ง เช่ารถมาจากชนบท ทางภาคเหนือ นำลูกชายมาให้หมอรับตัวไว้ เพราะทุบข้าวของในบ้าน และเกือบจะทำร้ายคนที่อยู่ในละแวกบ้าน ผู้เป็นพ่อเล่าว่า ลูกชายของตนคนนี้เป็นบ้ามาสิบกว่าปี แล้วออกเดินหายจากบ้านนับแรมปี วันดีคืนดีก็กลับมาในสภาพมอมแมม ไม่พูดกับใคร อยู่บ้านไม่กี่วัน ก็หายออกไปอีก เป็นอย่างนี้มาหลายครั้ง พ่อ กลืนน้ำลาย สลดใจที่ตนให้กำเนิดลูกมา แล้วเขาเป็นบ้าไป ไม่เคยคิดเรื่องการพาเขามารักษา คิดว่าเป็นเวรเป็นกรรมของตน ที่พามาครั้งนี้ เพียงเพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อเพื่อนบ้าน ไม่มีความหวังอื่นใดที่ปรารถนา เท่ากับให้หมอรับลูกชายที่บ้าแล้วคนนี้ไว้ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นชนบทห่างไกล หรือใจกลางกรุง เราล้วนเคยชินกับภาพ “คนบ้า” ดังกล่าว และต่างได้รับความสะเทือนใจที่ได้รับรู้เหตุการณ์รุนแรงต่อผู้คนและทรัพย์สินในสังคมแท้ที่จริง “คนบ้า” หรือ “คนโรคจิต” ที่คนเรียกกันทั่วไปคือ บุคคลที่เจ็บป่วยด้วยโรคจิตเภท ซึ่งมีพยาธิในสมอง สภาพไม่ได้เป็นเพราะเครียดจากปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ครอบครัว หรือไม่ได้เป็นเพราะโลภ เลว อิจฉาริษยาอย่างสุดๆ ดังในละครทีวีที่ปั้นแต่งให้ตัวละครลงเอย รับผลกรรมเช่นนั้นผู้ป่วยที่หลุดหายออกมาจากครอบครัวเป็นเวลานานเช่นนี้ เพราะไม่มีใครมีความรู้ เข้าใจ ทุ่มเท ช่วยเหลือให้เขาได้รับยา เพื่อจะได้เดินออกมาจากการ “เป็นบ้า”ผู้ป่วยส่วนหนึ่ง มาถึงการรักษาแบบครึ่งๆ กลางๆ ทำให้ยังมีอาการหลงเหลืออย่างเรื้อรังจนกลายมาเป็นคนพิการทางจิต ร่วมกับโรคกำเริบเป็นระยะๆผู้ป่วยและครอบครัวของเขาอีกมากมาย ที่ยังอยู่ในวังวนของความทุกข์จากการเจ็บป่วย การดูแลรักษา และโอกาสที่ไม่เท่าเทียมในสังคม

หากจะมีบางบทความในเพื่อนรักษ์ฯ ทำหน้าที่ชี้นำ เพื่อนำไปสู่การเป็นปากเป็นเสียงแทนเขาเหล่านั้น หวังว่าจะได้รับการตอบสนองทางบวกจากผู้มีอำนาจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ยกระดับการดูแล รักษาผู้ป่วยโรคจิตเภท และโรคจิตเวชอื่นบ้างส่วนผู้ที่มีปัญหาความเครียดด้วยปัญหาสารพัด รวมทั้งผู้ที่ได้รับความสะเทือนใจ จากเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยกระทำไปภายใต้การควบคุมสั่งการของสมองที่ป่วย ท่านได้รับความสนใจ ใส่ใจ จากผู้บริหาร จัดบริการต่างๆ ให้ ดังเช่นที่ผู้ว่า กทม. ได้สั่งการหลังเกิดเหตุผู้ป่วยใช้ฆ้อนทุบองค์ท้าวมหาพรหม ท่านได้สั่งการปัดฝุ่นสายด่วน 1646 สายด่วนกู้ใจ สำหรับประชาชนที่มีปัญหาด้านจิตใจ ใช้เป็นช่องทางระบายความอัดอั้นในใจ และขอคำปรึกษาจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต เพิ่มมาตรการกวดขัน ด้านความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเหมือนกับว่า ผู้ป่วยสมควรกับความตายเช่นนั้น และครอบครัวก็ได้หมดเวรหมดกรรม แต่ประเทศเราจะยังมีคนหนุ่มสาว ปีละหลายพันคนที่จะเข้ามาสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคจิตเภท อย่างรุนแรงและเรื้อรัง ควรจะมีระบบการช่วยเหลือรักษาคนกลุ่มนี้พร้อมทั้งสนับสนุน ช่วยเหลือครอบครัวของเขา หรือควรช่วยเหลือผู้ ได้รับความสะเทือนใจจากการกระทำของผู้ป่วยมากกว่า

พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์

Entry filed under: คุยกับคุณหมอสมรัก. Tags: .

นึกไม่ถึง… สมหมาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


คลังเก็บ


%d bloggers like this: