สมหมาย

มกราคม 12, 2007 at 4:47 pm ใส่ความเห็น

เมื่อจำความได้ตั้งแต่ยังเด็ก ชีวิตของฉันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตรงกันข้ามฉันต้องต่อสู้ชีวิตมาตลอด ครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่เป็นคนพิการ ความโชคร้ายได้มาเยือนเมื่อรู้ว่าต้องสูญเสียแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ

ช่วงนั้นฉันยังเด็กเฝ้าถามพ่อว่าแม่นอนทำไมไม่ตื่น คำตอบที่ได้รับคือ แม่ไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว ครอบครัวของเรานับถือศาสนาคริสต์ ก็เท่ากับว่าฉันเป็นคริสต์มาตั้งแต่เด็ก ชีวิตฉันปลูกฝังเรื่องศาสนาหรือพระเจ้ามาตั้งแต่เกิดพ่อเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นเด็กพ่อจะพาไปที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์พ่อไม่เคยขาดการประชุม พ่อรักพระเจ้ามาก ฉันเรียนโรงเรียนประถมที่นิคมอำนาจเจริญ หลังจากที่จบมัธยมปลายแล้ว พ่อก็ส่งฉันไปเรียนที่โรงเรียนคริสต์ (BBC) พ่อหวังจะให้ฉันเดินตามรอยพ่อ ฉันเรียนที่โรงเรียนคริสต์ได้ 1 ปี กับ2 เดือน ฉันไม่ผ่านการทดลอง ฉันเรียนอ่อนมากแต่ฉันก็พยายามเรียนให้ได้ พอขึ้นปี 2 ฉันได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันมีความรู้สึกว่าฉันชอบผู้หญิงคนนั้น โดยไม่รู้ตัวและท้ายที่สุดฉันก็มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น จนอาจารย์จับได้ก็ให้พักการเรียน ฉันกลับไปอยู่ที่บ้าน(อำนาจเจริญ)อีกครั้ง ไม่นานฉันก็มีโอกาสกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ได้งานทำที่โรงงานแห่งหนึ่ง ทำอยู่ 3 ปี ช่วงที่ทำงานก็ติดเหล้า บุหรี่ และยาบ้า ฉันยังเป็นคนขายยาด้วย ฉันทำอยู่ระยะหนึ่ง ฉันก็เลิก ฉันอดทนกับการที่ติดยาบ้ามาก ฉันตัดสินใจเด็ดขาดต้องเลิกให้ได้และฉันก็ทำสำเร็จ ฉันเลิกกิน เลิกเที่ยว เลิกเสพ ช่วงนั้นฉันมีอาการหูแว่ว พูดกับตัวเองตลอดเดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมายจนเพื่อนมาตามเจอที่โรงพักและนำส่งที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และรู้ว่าตัวเองป่วยทางจิตคุณหมอรับเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งก่อนหน้านั้นฉันไม่เคยรู้จักโรงพยาบาลศรีธัญญาเลย ฉันไม่เข้าใจอาการของหูแว่วว่าทำไมฉันถึงได้ยินเลยถามเพื่อนว่าได้ยินเหมือนฉันไหม เขาบอกว่าไม่ได้ยินเสียงพูดนั้นเลย สำหรับฉันมันชัดเจนมาก มันสั่งให้ฉันทำตามเสียงนั้นตลอดเวลา พูดยิ้มอยู่คนเดียวมีอาการหวาดระแวงกลัวคนจะมาทำร้าย
ฉันรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลศรีธัญญาเป็นเวลา 1 เดือน ฉันกลับบ้านที่ห้องเช่าแค่อาทิตย์เดียวก็คิดว่าตนเองหายแล้วจึงหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาจิตแพทย์อยู่มาได้ 1 สัปดาห์อาการก็กำเริบอีก หันไปดื่มเหล้าอีกครั้งหนึ่งจนต้องเข้ารับการรักษาตัวอีกจนหาย และกลับไปทำงานตามปกติ 3 ปี ฉันกลับไปเยื่ยมบ้านพ่อและทุกคนแปลกใจมากที่เห็นฉันเพราะเขาได้ข่าวว่าฉันเสียชีวิตแล้วฉันอธิบายให้ทุกคนฟังพวกเขาถึงเข้าใจ ฉันได้กลับมาทำงานต่อที่โรงพยาบาลพระประแดงในตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลไม่นานพ่อก็ย้ายมาอยู่ด้วย โดยอาศัยโบสถ์อยู่ ครั้งสุดท้ายที่เข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลเพราะฉันไม่ทานยา ต่อมาฉันได้ข่าวว่าคุณพ่อเสียแล้วสมบัติทุกอย่างก็ยกให้คนที่ดูแลไปแล้ว ฉันกลายเป็นผู้ป่วยไม่มีญาติ ไม่มีกระทั่งบัตรประชาชน ไม่มีทะเบียนบ้าน
ขอขอบพระคุณแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ มาก ที่รับไว้รักษาตลอดจนได้อาศัยอยู่ในโรงพยาบาลมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร จะขาดเสียมิได้ก็คือ คุณหมอสมรัก ชูวานิชวงศ์ ที่เมตตาและให้ฉันได้มาทำงานที่ศูนย์สายใยครอบครัวและมีโอกาสได้ไปโบสถ์กับคุณหมอ และอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อต้องกราบขอขอบพระคุณผ่านทางนิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิต ขอพระเจ้าอวยพระพรคุณหมอทุกท่านขอให้มีความสุขตลอดปี 2549

สมหมาย

Entry filed under: ใต้ฟ้าเดียวกัน. Tags: .

หวนคิดถึงเมื่อครั้งวัยเด็ก การเดินทางออกจากการเป็นบ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


คลังเก็บ


%d bloggers like this: