ประกันโรคจิตเวช

มกราคม 12, 2007 at 4:00 pm 3 ของความคิดเห็น

ตลอดช่วงเช้า 2 ชั่วโมงของวันที่ 21 มีนาคม 2549 บนชั้น 6 ตึกอำนวยการของสำนักงานประกันสังคม ที่ฉันในฐานะผู้สื่อข่าวเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตได้เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูงสำนักงานฯที่บรรยายสรุปผลดำเนินงานและภารกิจยุทธศาสตร์รวมทั้งทิศทางแผนงานในปีนี้ แก่ปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ฉันไม่ได้ยินแม้แต่คำเดียวเกี่ยวกับความคุ้มครองเกี่ยวกับโรคจิตเวช ทั้งๆที่เช้าวันนั้น

ข่าวสะเทือนขวัญฆาตกรรมชายที่ป่วยทางจิตเภทและใช้ค้อนทุบทำลายเทวรูป ท้าวมหาพรหมเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพเมืองฟ้าอมรนี่เอง

ภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสีเทา ซึ่งถูกกำหนดเป็นสีองค์กร ฉันพบว่า ปรัชญาและ6 ยุทธศาสตร์ของที่แถลงมีเป้าหมายแท้จริง คือ เสถียรภาพของกองทุนมูลค่ามหาศาลถึง 344,603.62 ล้านบาท ซึ่งเก็บจากผู้ประกันตนจำนวน 8.54 ล้านคนในระบบ และจะหาเงินเพิ่มจากผู้ที่เป็นแรงงานนอกระบบ เช่น อาชีพอิสระรับจ้าง หาบเร่แผงลอย หมอ ทนายความให้ได้อีก 1 ล้านคนภายใน 30 กันยายน 2550 โดยเสนอขอคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบสมทบเป็นปีต่อปี

ส่วนยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วยการพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม เป็นคำหรูที่ดูดี แต่ความจริงสำหรับผู้ประกันตนเฉกเช่นฉันที่ต้องจ่าย 750 บาทต่อเดือนหรือปีละ 9,000 บาท

ถ้าหากเจ็บป่วยมีอาการเครียดทางจิตใจเนื่องจากความวิตกกังวลจากภาวะเศรษฐกิจสังคมกดดัน ก็ไม่สามารถเบิกค่ายาโรคจิตเวช เนื่องจากตามประกาศของสำนักงานประกันสังคมถือว่าโรคจิตถือเป็น 1 ใน 15 โรคที่ไม่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ ยกเว้นกรณีเฉียบพลัน แต่รักษาได้ไม่เกิน 15 วันเท่านั้น !?

“เดิมฐานความคิดของเรามีความเชื่อว่า ลูกจ้างน่าจะเป็นคนที่ไม่มีปัญหาสุขภาพจิต คือมองว่าน่าจะไม่เป็นคนไข้โรคจิต ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านธรรมดาคือคนบ้า ประเภท schizophrenia หรือถ้าเกิดกรณี psychic trauma เช่น สูญเสียลูกหรือสามีภรรยากระทันหัน เราก็เชื่อว่าน่าจะมีระยะเวลารักษาไม่เกิน 15 วัน นี่คือสมมุตฐานดั้งเดิม

แต่ตอนนี้ที่ทำมาก็มีปัญหาเกิดกับโรงพยาบาล ที่ผู้ประกันตนมีปัญหาเกี่ยวกับโรคจิตเวช อาจจะเครียด นอนไม่หลับ หรือเป็นโรคจิตเรื้อรังที่ต้องรับยาตลอดจึงจะทำงานได้ ดังนั้นเราจึงขอศึกษาว่า ผู้ประกันตน 8 ล้านกว่าคน จะมีสักกี่เปอร์เซนต์ที่เป็นโรคทางจิตเวช ขณะนี้เราให้หัวหน้าภาควิชาจิตเวช โรงพยาบาลรามาทำการศึกษาอยู่ แต่ผลยังไม่ออกมา เราเริ่มมีความคิดแล้วล่ะว่า น่าจะให้โอกาส”ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งเล่าให้ฟัง

แต่ความจริงในห้องประชุมใหญ่วันนี้ ไม่มีเรื่องนี้หรือโอกาสดังกล่าวอยู่เลย เพราะมีแต่เรื่องเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจาก 200 เป็น 350 บาทต่อเดือน เพิ่มอัตราบำนาญชราภาพเป็นร้อยละ 20 บวกร้อยละ 15ต่อปี เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีทุพพลภาพ เพิ่มค่าอวัยวะเทียมและค่าอุปกรณ์บำบัดโรค และลดเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 เป็นการปรับปรุงนอกจากสิทธิประโยชน์ปัจจุบันที่สำนักงานฯให้ 7 กรณี คือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน

“สำนักงานประกันสังคมเห็นถึงความสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคจิต เนื่องจากในปัจจุบันทางการแพทย์มีการพัฒนาคุณภาพของยา ให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้น หากผู้ป่วยโรคจิตได้รับการรักษาอย่างต่อนื่องจะสามารถกลับเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ โดยสปส.มีเป้าหมายจะขยายความคุ้มครองแก่ผู้ป่วยโรคจิตให้ได้รับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ประกันตนกลุ่มนี้” ไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมขณะนั้นพูดไว้เมื่อครั้งมีข่าวจิตรลดาทำร้ายเด็กนักเรียนเมื่อปีที่แล้ว

แต่วันนี้กระบวนการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีโรคจิตเวช เริ่มคืบคลานไปช้าๆ เพราะคณะกรรมการการแพทย์ชุดเก่าสิ้นสุดลง พร้อมกับเรื่องการขยายความคุ้มครองกรณีโรคจิต ที่กำหนดให้เป็นโรคเรื้อรังเหมือน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เอดส์ ตับอักเสบ ไตวายเรื้อรัง ฯลฯถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก เพื่อรอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ศึกษา โดยมีหัวหน้าภาควิชาจิตเวช รพ.รามา เป็นผู้วิจัยเพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีโรคทางจิตเวช ทั้งด้านหลักเกณฑ์และวิธีการให้เหมาะสม ก่อนจะนำเสนอคณะกรรมการการแพทย์ชุดใหม่ และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประกันสังคมจึงจะออกเป็นประกาศต่อไป

ถ้าเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอดส์ ที่ได้รับยาต้านไวรัสตามสูตร ที่สำนักงานฯกำหนดฟรี และผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ที่สำนักงานฯจ่ายให้ฟอกไตอาทิตย์ละ 2 ครั้งๆละไม่เกิน 1500 บาท ก็ต้องนับว่าผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชถูกละเลยอย่างมากๆโดยไม่มีปากมีเสียง

“ทุกอย่างเราดูความเดือดร้อนของผู้ประกันตนเป็นหลัก เช่น โรคเอดส์ เราให้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชศึกษาว่ามีจำนวนคนไข้ 30,000 คนจากผู้ประกันตนทั้งหมด 8 ล้านคน คนป่วยนี้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจนต้องได้รับยาต้านไวรัสเอดส์ เราก็เอาตัวเลขฐานจำนวนผู้ป่วย ค่ายาต้านเอดส์เท่าไหร่มาคำนวณ ก็ได้ตัวเลขขณะนั้น 700 ล้านบาทต่อปี ทางกองทุนก็บอกว่ายังมีเงินพอทำได้ และผู้ประกันตนร้องขอด้วย เราก็ประกาศออกมา โดยเอดส์ไม่ได้รวมอยู่ในอัตราเหมาจ่ายให้โรงพยาบาล 1,250 บาท ทีแรกมีคนประณามให้ตายไปเลย เราก็บอกว่าถ้าไม่ช่วย คนเหล่านี้จะแพร่เชื้อโรคทั้งวัณโรค เชื้อราในสมองไปทั่ว ถ้าเขาได้รับยา โรคฉกฉวยโอกาสมันจะหายไป”

เมื่อถูกถามว่าโมเดลของเอดส์ที่สามารถออกจากโรคยกเว้นได้นี้ จะใช้ได้กับโรคทางจิตเวชหรือไม่?
“ เราบอกว่า เราเห็นด้วยว่า เห็นควรจะแก้ไขแต่จะแก้อย่างไร แก้โดยครอบคลุมเหมาจ่ายหรือจ่ายแบบโรคเรื้อรัง คือแยกมาจ่ายอีก 205 บาทจากเหมาจ่าย 1,250 บาท ทางสำนักงานประกันสังคมจะใช้ ICD 10-29 ของจิตเวช เขาจะคุ้มครองตรงนี้ให้หมด โดยเปลี่ยนจากคำว่าโรคจิตเป็นโรคทางจิตเวช ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างศึกษา” ผู้บริหารระดับสูงของประกันสังคมเล่าให้ฟัง

อย่างไรก็ตาม สำหรับโรคจิตเวช ค่ายารุ่นใหม่มีราคาแพง เช่น ยาต้านโรคจิต ไซเพร็กซา เม็ดละ 250 บาท ซึ่งผู้ป่วยโรคจิตเวช ต้องได้รับต่อเนื่องยาวนาน ทำให้สำนักงานประกันสังคมต้องคิดหนักเรื่องนี้
“ทางสำนักงานประกันสังคมต้องขอศึกษาว่า ผู้ประกันตน 8 ล้านกว่าคนของเรา จะมีสักกี่ % ที่จะเป็นโรคทางจิตเวช”

แต่ที่ฉันแปลกใจคือตัวเลข ผู้ประกันตนป่วยจากโรคจิตเวช ไม่ปรากฏตัวเลขชัดเจนจากหน่วยงานรัฐ หรือโรงพยาบาลใดว่า มีจำนวนเท่าใด แม้แต่กรมสุขภาพจิต ก็มีตัวเลขรวมๆว่าคนไทย 62 ล้านคน ป่วยด้วยโรคจิต 4.23 แสนคนหรือ 1 แสนคน: 682 คน โรควิตกกังวล 413,715 คน โรคซึมเศร้า 87,101 คน ปัญญาอ่อน 34,396 คน ฯลฯ นั่นยิ่งทำให้สำนักงานประกันสังคม ใช้เป็นเหมือนอุปสรรคในการศึกษาหาข้อมูลก่อนประกาศนโยบายคุ้มครองขยายสิทธิ์เกี่ยวกับโรคจิตเวช

“เราไม่มีสถิติรายงาน ไม่มีตัวเลข ทางโรงพยาบาลใหญ่ๆอย่างจุฬาและศรีธัญญา เขาก็ผลักดันให้ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ตรงนี้ แต่เราก็บอกว่าถ้าเราจะถอดเรื่องยกเว้นออก โรงพยาบาลจะยอมไหม? ถ้าเราบอกว่าจำนวนผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคนี้มีแค่นิดเดียว 0.001 แต่เราไม่มีสถิตินี้ไปยืนยัน เราก็ต้องไปศึกษา และอีกอย่างราคายารักษาโรคจิต ก็แพง ถ้าเราบอกว่าเราเห็นด้วยจะต้องแก้ไข แก้โดยครอบคลุมเหมาจ่ายหรือจ่ายแบบโรคเรื้อรัง เราก็ต้องแยกออกมาอีก 205 บาท ”

อีกนานสักแค่ไหน ที่ผู้ประกันตนวัยทำงานระหว่าง 25-55 ปี ป่วยทางจิตเวชไร้หลักประกันและไม่ได้รับการดูแลรักษาได้ถูกต้องเหมาะสม ต้องฆ่าตัวตายหรือถูกฆ่าตายด้วยความไม่รู้ของชาวบ้าน และความไม่ใส่ใจของรัฐเท่าที่ควรจะเป็น สถิติการฆ่าตัวตายของกรมสุขภาพจิตจากวันละ 13 ศพ อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในอนาคต กี่ศพที่ต้องตายเพราะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน และจิตเภท กว่าจะได้การคุ้มครองดูแลรักษาตามสิทธิของมนุษย์ หวังว่าศพสุดท้ายคงไม่ใช่คนที่คุณรัก…

Entry filed under: บทความจิตเวช. Tags: .

เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ยังมี”เพื่อน โรคอารมณ์สองขั้ว

3 ความเห็น Add your own

  • 2. Poorida Panmarasri  |  ธันวาคม 25, 2013 ที่ 12:46 pm

    ดาวน้อย ลอยเลื่อนเตือนตน บนฝากฟ้า
    คนสูงค่า เตือนตน ทุกหนแห่ง
    ทุกนาที ที่ชีวิต ต้องแสดง
    ต้องส่องแสง คุณค่า ราคาคน
    งานคือ คุณค่าของคน บนโลกนี้
    ทุกชีวี ต้องสร้างสรรค์ ไม่สับสน
    งานทุกอย่าง ล้วนลำบาก ต้องอดทน
    ต้องฝึกฝน ในวิชา ฝ่าฟันไป
    ปีเก่าไป ปีใหม่มา ให้รับรู้
    จงยิ้มสู้ เดินทาง อย่าสงสัย
    หวังสู่ เป้าหมาย คือเส้นชัย
    หวังเพื่อได้ เก็บคุณค่า สง่างาม
    2556 ปีใหม่ ให้สมคิด
    ขอตั้งจิต อวยพร ทั่วสยาม
    ก้าวย่าง สู่ชีวิต ที่ดีงาม
    มีแต่ความ สุขใจ ในครอบครัว

  • 3. Poorida Panmarasri  |  ธันวาคม 25, 2013 ที่ 12:46 pm

    ดาวน้อย ลอยเลื่อนเตือนตน บนฝากฟ้า
    คนสูงค่า เตือนตน ทุกหนแห่ง
    ทุกนาที ที่ชีวิต ต้องแสดง
    ต้องส่องแสง คุณค่า ราคาคน
    งานคือ คุณค่าของคน บนโลกนี้
    ทุกชีวี ต้องสร้างสรรค์ ไม่สับสน
    งานทุกอย่าง ล้วนลำบาก ต้องอดทน
    ต้องฝึกฝน ในวิชา ฝ่าฟันไป
    ปีเก่าไป ปีใหม่มา ให้รับรู้
    จงยิ้มสู้ เดินทาง อย่าสงสัย
    หวังสู่ เป้าหมาย คือเส้นชัย
    หวังเพื่อได้ เก็บคุณค่า สง่างาม
    2557 ปีใหม่ ให้สมคิด
    ขอตั้งจิต อวยพร ทั่วสยาม
    ก้าวย่าง สู่ชีวิต ที่ดีงาม
    มีแต่ความ สุขใจ ในครอบครัว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


คลังเก็บ


%d bloggers like this: